เลือกวัสดุแบบไหนให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ประเภทบรรจุภัณฑ์     ลักษณะเด่น
กระดาษ                     - วัตถุดิบหาง่าย
                                  - รีไซเคิล (Recycle) ได้ง่าย
                                  - ย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง

พลาสติก                    - มีรูปแบบหลากหลาย
                                  - น้ำหนักเบา และขนย้ายสะดวก
                                  - ทนความร้อน/เย็น
                                  - ทนความชื้น
                                  - รีไซเคิล (Recycle) ได้ง่าย ใช้พลังงานและสารเคมีต่ำ
                                  - ป้องกันการซึมผ่านของอากาศและก๊าซได้ระดับหนึ่ง
                                  - ต้นทุนการผลิตต่ำ

โลหะ                          - ทนความร้อนสูง
                                   - คงรูปและแข็ง
                                   - เก็บความชื้นได้ดี
                                   - รีไซเคิล (Recycle) ได้ง่าย

แก้ว                            - เป็นกลาง ไม่ทำปฎิกิริยาใดๆ กับสินค้า
                                   - รักษาคุณภาพสินค้าได้ดี
                                   - ทนความร้อนสูง
                                   - ทนต่อแรงกดดันได้สูง แต่เปราะแตกง่าย

     อย่างไรก็ตาม จากคุณสมบัติข้างต้น คงพอจะได้คำตอบว่าเพราะเหตุใดพลาสติกจึงได้รับความนิยมค่อนข้างสูงและเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากกว่าวัสดุชนิดอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนว่าคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดของพลาสติก นั่นคือ สามารถขึ้นรูปทรงได้ง่ายและหลากหลาย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา เหนียว และยืดหยุ่นสูง ล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้พลาสติกถูกนำมาใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

พลาสติกกับสิ่งแวดล้อม
     เหตุเพราะพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก จึงมักถูกนำมากล่าวอ้างถึงการใช้งานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขยะล้นเมือง จนยกระดับไปสู่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในหลายประเด็น อาทิเช่น การเกิดภาวะโลกร้อนการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ หรือแม้แต่ปัญหาการลดลงของโอโซนในชั้นบรรยากาศ ฯลฯ แต่ในความเป็นจริงและได้มีการพิสูจน์แล้วจากผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารทางวิชาการต่างๆ มากมายนั้น พบว่าไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นั้นๆ จะทำจากวัสดุใดก็ตามล้วนแต่มีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ แก้ว โลหะ หรือพลาสติก ดังนั้น การจะพิจารณาว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดใดมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร และรุนแรงระดับไหน จำเป็นต้องใช้วิธีการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือที่รู้จักกันในระดับสากลว่า "Life Cycle Assessment: LCA" ซึ่งเป็นวิธีการพิจารณาผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค ตลอดจนการกำจัดซากผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ตั้งแต่เกิดจนตาย (Cradle-to-grave)"

ที่มา:
เอนก วิทยะสิรินันท์, แนวทางการพัฒนาและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์, สมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย
<http://pooc.moc.go.th/pcocsys/uploadfile/52/doc/
แนวทางการพัฒนาและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์.doc>
ศูนย์บริการวิชาการแข่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2547)

  กลับสู่หน้าหลัก

Home l Products l Articles l About Us l Contact Us
Copyright 2008, All rights reserved, www.kinterpack.com